วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ทำอย่างไรถึงนอนเต็มอิ่ม?


เนื่องจากสภาวะเร่งรีบในปัจจุบัน ทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา จนทำให้บางคนต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ดังนั้น ความกังวลเกี่ยวกับหน้าที่การงานจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่จนกลายเป็นเรื่องปกติในคุณพ่อคุณแม่แล้ว และแน่นอนว่าผลเสียต่อสุขภาพก็ย่อมตามมาเป็นขบวน เช่น ความสามารถในการจำลดลง ความดันโลหิตสูง ปวดหัว ปวดท้อง ปวดหลัง หงุดหงิด ขาดสมาธิ และที่สำคัญทำให้คุณอ้วนขึ้น เพราะเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย คุณจะกินอาหารมากขึ้น
บางคนอาจค้านว่า "แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ งานก็ยุ่ง เหนื่อยก็เหนื่อย แต่พอเข้านอนทีไรกลับนอนไม่หลับสักที" อันที่จริงปัญหาเหล่านี้จัดการได้เพียงแค่คุณจัดตารางเวลาให้เหมาะสมด้วย 5 วิธีง่ายๆ ดังนี้
จดตารางเวลาและสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นธุระหรือการนัดต่างๆ เพราะเมื่อคุณได้เขียนหรือจดแล้วคุณจะเลิกกังวลและว้าวุ่นใจ ทำให้คุณหลับอย่างสบาย ไม่ต้องเสียเวลาพะวักพะวนพลิกตัวไปมาบนที่นอน หัดแบ่งเบางานให้คนอื่นช่วยทำบ้าง โดยเฉพาะคุณแม่บ้านควรแบ่งงานบ้านต่างๆ ให้สามีหรือลูกๆ ทำบ้างอย่าเหมาทำเองเสียหมด เพราะถึงแม้พวกเขาจะทำสะอาดได้ดีไม่เท่าคุณ ก็คิดซะว่าเป็นการฝึกให้พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบในบ้านบ้าง พึ่งพอบริการหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ คุณจะได้ไม่ต้องวิ่งวนเสียเวลาจ่ายสตางค์หลายครั้งต่อเดือน การเล่นคอมพิวเตอร์ หรือ Chat ทำให้คุณเสียเวลานั่งอยู่หน้าจอค่อนวันค่อนคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่ช่อบเล่นตอนดึกๆ ซึ่งเป็นสามเหตุหลักในคุณเสียเวลานานไปโดยใช่เหตุ อดใจงดดูละครหรือรายการโปรดตอนดึกๆ เพราะแทนที่คุณจะเข้านอนหัวค่ำ กลับทำให้คุณต้องถ่างตารอดูรายการโปรดจนจบ เมื่อถึงเวลานอนคุณก็นอนไม่หลับเสียแล้ว ดังนั้นห้ามใจตัวเองสักนิดด้วยการอดใจชมรายการตามเวลาที่ถ่ายทอด และหันมาตั้งวีดีโออัดรายการโปรดไว้ดูภายหลังแทน สุขภาพร่างกายของคุณสำคัญกว่าสิ่งอื่น หากคุณหันมาดูแลเอาใจใส่สักนิด สิ่งดีๆ ก็จะตามมาค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ดับร้อน แก้เครียด ด้วย "กล้วยหอม"


“กล้วย” เป็นผลไม้ที่หากินได้ง้าย..ง่าย ในเมืองไทยค่ะ ปลูกก็ง่าย ซื้อหาก็ได้ในราคาไม่แพง แถมกินแล้วยังได้ประโยชน์แสนคุ้ม อีกทั้งรสชาติยังอร่อยดีเสียอีก
กล้วยหอม” ก็เป็นกล้วยชนิดหนึ่งที่รสชาติดีแถมมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง เพราะในกล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ อีกทั้งยังช่วยแก้อาการไม่อยากจะตื่นในตอนเช้า (Morning Sickness)
หากกินกล้วยหอมในระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ก็จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าวในตอนเช้าได้ และในกล้วยหอมนั้นมีวิตามินบีอยู่มาก จะช่วยลดความเครียด และความอ่อนล้าได้ค่ะ
คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือเป็นแผลในลําไส้นั้น หากกินกล้วยหอมเป็นประจํา ยังทําให้มีการเคลือบผิวภายในกระเพาะอาหาร ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้และเส้นใยในกล้วยหอมก็จะช่วยให้การย่อยอาหารของลําไส้เล็กดีขึ้น ขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย
นอกจากนี้กล้วยหอมยังช่วยปรับระดับอุณหภูมิในร่างกายการกินกล้วยหอมในวันที่อากาศร้อนๆ ก็จะช่วยให้อุณหภูมิ ในร่างกายลดลงได้บ้างค่ะ
ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องกินเท่านั้นหรอกนะคะ แต่ยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาบอกกันว่า ใครที่โดนยุงกัดเป็นตุ่มมา ให้ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด ก็จะสามารถช่วยลดอาการคันหรือบวมได้ด้วยค่ะ
คุณประโยชน์ของ “กล้วยหอม” มากมายขนาดนี้จะไม่ลองทานดูสักลูก สองลูกหรือคะ

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

Ibiza Travel Guide


Ibiza (or Eivissa in Catalan) is one of the Balearic Islands located in the Mediterranean Sea. Ibiza belongs to Balearic Islands and, with Formentera, it is one of the two Pine Islands. Ibiza is also known as the 'white island' due to the predominance of its white houses. Ibiza is invaded every summer by a multinational force ofsunseekers . It has fine beaches, relentless sunshine, good food and wild nightlife. But on the other hand, if you leave the beaches behind you to explore the island's interior, you will find a pure and simple Mediterranean culture as well as remains of populations which inhabited Ibiza thousands of years ago (wall-paintings ofSes Fontelles ). Ibiza Town is the capital of the island. In many aspects it’s the center of the island, its focal point. It’s here that you’ll find most clubs, bars Cafes and restaurants. There are over 40 large clubs on the islandas well as a large number of bars.Ibiza became a major center of touristical attraction during the 1960s, being then famous for its "Hippie-Culture" and nudist beaches. Today Ibiza is a cosmopolitan island and its atmosphere, the climate, the entertainment on offer and its attractive naturalenvironment attract a high number of tourists all year round. Ibiza has an ample offer as well for families and older visitors, anyhow, still there are the young ones who are attracted by the island's rollicking nightlife. The official language in Ibiza is Catalan, but Spanish is spoken everywhere and due to the importance of tourism to the island's economy many locals speak other languages too.The coast is spectacular with pretty coves and dramatic cliffs. The excellent sandy beaches are well equipped for tourists. The maintouristic beaches are Portinatx, Port de Sant Miquel and Sant Vicen็. There is only one river on the whole island called Santa Eularia. The climate of Ibiza is Mediterranean and has milder winters and slightly cooler summers than Mallorca . The hot summer season lasts from June to September (30ฐC or 85ฐF), lots of sunshine and very little rain. Frost and snow are very rare.

Avila Travel Guide


มvila is a medieval city in the province of Castile-L้on in western Spain, about 70 miles northwest of Madrid. The entire old town of มvila has been designated a World Heritage Site by UNESCO.Two kilometers of medieval walls and nearly ninety stout towers completely encircle the old part of town. This walls were founded in the 11th century to protect the Spanish territories from the Moors. มvila also has a Romanesque cathedral, a number of medieval churches, and an authentic medieval atmosphere. The city was captured by the Arab Moors in 714 AD, recaptured by the Christians in 1088, and had its protective walls built in the 12th century. Alfonso VI ordered the construction of the Avila walls after his conquest of the town in 1090, using Moorish prisoners for the task.Winters can be cold here, due in part to the townดs elevation above 1000 meters, but summers in turn are cool and pleasant. In the summer Avila can offer some relief from the intense heat of the south of Spain or even Madrid.The city of มvila is also important for the Catholic world because of its association with the great mystic and reformer St. Teresa de Jesus, better known as St. Teresa of มvila. St. Teresa was a devout mystic whose autobiography has inspired generations in their spiritual searches, she nonetheless played a practical and significant role in reforming convents across Spain. Teresa was a 16th-century Carmelite nun who reformed her order, had many ecstatic visions, and wrote several books. She is the female patron saint of Spain and was the first woman to be named a Doctor of the Church.

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

น้ำตาลในผัก



น้ำตาลในผัก
ใครที่ชอบทานผัก ทราบหรือไม่ว่าผักแต่ละชนิดมีน้ำตาลอยู่มากน้อยแค่ไหน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน....
ผักที่มีน้ำตาล 3-5 เปอร์เซ็นต์
มะเขือ น้ำเต้า ใบตังโอ๋ ผักกาดขาว ผักกระเฉด แตงกวา บวบ ผักโขม ผักบุ้ง หน่อไม้ หัวผักกาดขาว ฟักเขียว ผักกาดหอม ผักบุ้งจีน ยอดฟักทอง เห็ดบัว แตงร้าน ผักตำลึง ผักกาดขาวปลี ขึ้นฉ่าย มะระ ถั่วงอก ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า กุยช่าย สายบัว ชะอม ดอกหอม กะหล่ำปลี
ผักที่มีน้ำตาล 5-10 เปอร์เซ็นต์
ฝักถั่วลันเตา ใบชะพลู ต้นหอม ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก ผักโขม หอมใหญ่ ใบทองหลาง ดอกโสน ถั่วพู มะรุม ดอกแค ขิง หน่อไม้ ข้าวโพดอ่อน หัวปลี กระเจี๊ยบ มะละกอดิบ ใบกระถิน ยอดและฝักอ่อนกระถิน
ผักที่มีน้ำตาล 15-20 เปอร์เซ็นต์
ดอกขี้เหล็ก เมล็ดถั่วลันเตา ใบมะขามอ่อน ใบย่านาง ผักหวาน ลูกเนียง มันฝรั่ง
ผักที่มีน้ำตาล 20-30 เปอร์เซ็นต์
กระจับ กลอย เผือก มันเทศ ใบขี้เหล็ก แห้วจีน
รู้อย่างนี้แล้ว จะทานผักก็ต้องเลือกกันหน่อย เพื่อสุขภาพที่ดี.

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

Paris Travel Guide


Paris is the capital city of France and is located in ฮle-de-France region, on the Seine river, with an estimated population of 2,153,600 inhabitants. The Paris region is the France's center of economic activity and also in paris are located the main offices of important organizations such as: UNESCO, NATO, the OECD, the ICC. Paris is not only an economic center but also a learning and cultural city, the fashion of Paris is well known around the world, many famous fashion designers make their events in this city. During the first to fifth century Paris was called Lutetia but after this period it adopted its actual name. Paris is sometimes called 'The City of Light' because its cultural life and intellectual preeminance and also for its beautiful appearance. The French capital is one of the most wonderful cities around the world, a metropolis that satisfied all tourist's expectation and more, Paris has a seductive atmosphere. Paris territory was firstly habitated by a sub-tribe of celtic Senones, the Parisii, settled the area near the Seine River from around 250 B.C. In 1190 was constructed a wall for enclosing Paris, this wall had the Louver as its western fortress. During the late 17th and the 18th cent. Paris acquired further glory as the scene of many of France's greatest cultural achievements: the plays of Moli่re, Racine, and Corneille; the music of Lully, Rameau, and Gluck; the paintings of Watteau, Fragonard, and Boucher; and the salons where many of the philosophes of the Enlightenment gathered. At the beginning of 1968, Paris was the scene of serius disorders such as a student strike, in 1971 the Paris's famous central market was dismantled, but there is now located the Paris new metro hub. In 1977 was constructed the Georges Pompidou National Center for Art and Culture, which includes the National Museum of Modern Art. In 1992 it was built Eurodisney in the Parisian suburbs, and the Louver was renovated this year too. Modern Paris is the result of many remodeling and ordering process, at the middle of 19th century occured an urbanisation, new wide roads, neo classical stone buildings, and no more narrow streets, part of this Paris is what we see nowadays, also were constructed higher buildings but there are laws that try to preserve the city historic making difficult the construction of modern edifications within city limits.

Bordeaux Travel Guide


Bordeaux is the capital of Gironde department with a population of 660,000 people, this is the largest cities in France and one of the largest in Europe, Bordeaux is an economic, comercial and industrial center, but its principal source is the wine trade, all the wine produced in the Bordelais region is known as Bordeaux wine. In the 5th century the city lost its importance but it was increased again when the city became the seat of the dukes of Aquitaine, the commercial activity also increased during this period.The intellectual reputation of Bordeaux was made by Montaigne and Montesquieu, who were born nearby and who were both magistrates in the city. In the 18th century Bordeaux begun exporting wine to England and the relation between these regions were better. The Third Republic was established in Bordeaux in the National Assembly in 1871. This city was the temporary seat of French Goverment during the World Wars.

มาม่ามีฤทธิ์ถ่ายพยาธิได้


ผลการวิจัยพบว่าเมื่อกินมาม่าเข้าไป พอมาม่าเดินทางไปถึงบริเวณที่มีพยาธิพยาธิจะมารุมกินมาม่า แต่เนื่องจากลักษณะเส้นมาม่ามีความคล้ายคลึงกับตัวพยาธิ ทำให้พยาธิสับสนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอาหารอันไหนเป็นพวกเดียวกัน จึงเกิดการกัดผิดตัว แทนที่จะไปกัดเส้นมาม่าดันไปกัดพวกเดียวกันเองพยาธิตัวที่ถูกกัดจึงเกิดความแค้นเนื่องจากกำลังกินอยู่ดีๆ ดันโดนลอบกัดมันก็เลยกัดตอบ ทีนี้ก็เกิดเป็นโดมิโนเอฟเฟค พยาธิกัดกันเองเป็นพัล....

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

น้ำแอปเปิ้ลเสริมความจำ

บรรดาผู้ที่ติดตามข่าวคราวทางสุขภาพคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า An apple a day keeps the doctor away ซึ่งเปรียบสรรพคุณของแอปเปิลว่า การรับประทานแอปเปิลเพียงวันละผลสามารถทำให้ห่างไกลจากหมอหรือไม่ต้องไปหาหมอ ทั้งนี้เนื่องมาจากมีงานวิจัยหลายชิ้นกล่าวถึงประโยชน์มากมายของแอปเปิล ทั้งบำรุงหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหารและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยลดการถูกโรคร้ายทั้งหลายคุกคาม และล่าสุดพบว่าการดื่มน้ำแอปเปิลยังอาจช่วยเสริมความจำและป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้
จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองของ University of Massachusettse Lowell (UML) เผยว่าการดื่มน้ำแอปเปิลอาจช่วยเพิ่มการสร้างของสารสื่อประสาทในสมองที่มีชื่อว่า อะซีทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้และความทรงจำ จึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ ปกติแล้วสารสื่อประสาททั้งหลาย รวมทั้งสารอะซีทิลโคลีน เป็นสารเคมีที่ถูกสร้างและหลั่งมาจากเซลล์ประสาทเพื่อส่งต่อไปยังเซลล์ประสาทข้างเคียง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทด้วยกัน ในการควบคุมการทำงานของทุกส่วนในร่างกาย ตั้งแต่การนั่ง นอน ยืน เดิน รับประทาน รู้สึกและสัมผัส รวมถึงการนึกคิด
ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยเผยว่า โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองจนก่อให้เกิดความบกพร่องทางความทรงจำ การตัดสินใจหรือการใช้เหตุผล โดยมักมีอาการหลงลืม สับสนหรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุนั้น จะมีปริมาณของสารอะซีทิลโคลีนในสมองน้อยกว่าปกติมาก อย่างไรก็ตามหากมีการเพิ่มปริมาณของสารอะซีทิลโคลีน ก็สามารถช่วยเพิ่มความทรงจำ ลดการหลงลืมและสามารถชะลอภาวะเสื่อมของสมองในผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์ได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่เผยว่า ผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างพวกบลูเบอร์รี แอปเปิลนั้น ก็มีส่วนช่วยชะลอภาวะความจำเสื่อมในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ และยังให้ผลดีกว่าพวกอาหารเสริมหรือวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทั้งหลาย
โดยงานวิจัยนี้ได้ศึกษาในหนูทดลองปกติวัยผู้ใหญ่ วัยชรา และหนูทดลองสายพันธุ์พิเศษที่มีการตัดต่อพันธุกรรมจนสามารถเกิดอาการของโรคอัลไซเมอร์แบบเดียวกับที่เกิดในคน โดยแบ่งให้รับประทานอาหารปกติ อาหารที่ขาดสารอาหารจำเป็น หรืออาหารที่ขาดสารอาหารที่จำเป็นแต่รวมกับการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นแทนน้ำ เป็นเวลา 1 เดือน พบว่าหนูปกติ วัยชรา และหนูที่เป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารที่จำเป็นจะมีปริมาณของสารอะซีทิลโคลีนในเนื้อสมองลดลง แต่ปริมาณของสารนี้กลับเพิ่มสูงขึ้นในหนูที่ดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นร่วมด้วย อีกทั้งเมื่อนำหนูเหล่านี้ไปทดสอบเกี่ยวกับการเรียนรู้และความจำ พบว่าหนูที่ดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นจะมีพฤติกรรมการเรียนรู้และความจำที่ดีกว่าหนูที่ไม่ดื่มน้ำแอปเปิล จึงเป็นไปได้ว่าการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นอาจช่วยเสริมความจำ โดยมีผลการเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทอะซีทิลโคลีน ที่ช่วยกระตุ้นความทรงจำ เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ อีกทั้งช่วยชะลอความเสื่อมของสมองอันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งน้ำแอปเปิลเข้มข้นที่ให้หนูกินในแต่ละวัน สามารถเทียบได้กับการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นแก้วละ 8 ออนซ์ วันละ 2 แก้ว หรือเท่ากับการรับประทานแอปเปิลวันละ 2-3 ลูก

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

England Travel Guide


England shows many different faces: pulsing city life and lonely landscapes, old-fashioned customs and avant-garde culture, lovely beaches and rough mountains. For cultural sightseeing as for nightlife, London is ceaselessly thriving, and inevitably, it is the one place that features on everyone's itinerary. It is not only Europe's biggest city (with a population of over seven million} and capital of the United Kingdom, but also the place where the country's news, politics and money are made. Within the southeast of England, along the coastline, Canterbury, the bishopric seat of Thomas Becket, offers contrasting diversions. This is the richest part of the country due to its agricultural wealth and proximity to the capital. The southwest of England with the rugged moorlands of Devon and the rocky coastline of Cornwall is another spot worth discovering. Salisbury, where they say the West Country starts, is dominated by the elegant spire of its cathedral.

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

องค์การนาซ่า เคยเห็น กันรึยัง

เล่นน้ำทะเลให้ปลอดภัย


ใครที่ชอบเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำทะเล ฟังทางนี้ เพราะเกร็ดความรู้มีวิธีเล่นน้ำทะเลให้ปลอดภัยมาบอก...
สังเกตกระแสลม : ลมที่แรงมากมักจะมากับคลื่นสูงหากว่ามีลมแรงก็ไม่ควรจะออกทะเล
อย่าว่ายน้ำคนเดียว : แม้ว่าจะเป็นคนว่ายน้ำเก่งสักแค่ไหน ก็ควรหาเพื่อนไปช่วยดูแลกันด้วย
ไม่ควรเล่นน้ำหลังรับประทานอาหารอิ่ม : เพราะจะทำให้เป็นตะคริวที่ท้อง และทำให้จมน้ำได้ ควรพักประมาณ 1 ชั่วโมงหลังอาหาร
ไม่ควรออกไปว่ายน้ำในทะเลลึก : บางคนมัวแต่ดำน้ำดูปะการัง รู้ตัวอีกทีก็ไปไกลแล้ว ทีนี้ตอนว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง จะเหนื่อยมาก หรืออาจจะทำให้เป็นตะคริวจมน้ำได้เหมือนกัน
สวมชูชีพเสมอเวลาจะขึ้นลงเรือ : โดยเฉพาะเรือเล็ก แต่ถ้าเป็นเรือใหญ่ให้สังเกตเอาไว้ว่า เขาเก็บชูชีพไว้ตรงไหน หากเกิดเหตุจะได้หยิบมาใส่ได้ทัน
การเล่นกีฬาทางน้ำก็ต้องสวมชูชีพ : ไม่ว่าจะเป็นบานาน่าโบ๊ต เจ็ตสกี เรือใบ ควรสวมชูชีพตลอดเวลาเพราะหากเกิดเหตุขึ้นมา ต้องลอยคอในทะเล ชูชีพจะช่วยได้มากทีเดียว
* สังเกตธงสัญญาลักษณ์ตามชายหาด : จะมีการปักธงเพื่อแสดงระดับความลึกของน้ำ ถ้าเห็นธงสีแดงสองอัน แปลว่าอันตรายมาก อย่าลงเล่นเด็ดขาด ถ้าธงแดงอันเดียว คืออันตราย ถ้าธงเหลือง หมายถึงให้ระวังแต่ก็ไม่ถึงกับห้ามเล่น แต่ถ้าธงเขียว เล่นได้ไม่อันตราย
กรณีเกิดอุบัติเหตุทางน้ำเช่นเรือล่ม : สิ่งที่ต้องทำคือ ตั้งสติให้ดี สละข้าวของหนัก ถอดรองเท้า แล้วพยายามว่ายน้ำอยู่ใกล้ ๆ เรือ หาวัตถุที่ลอยน้ำได้เกาะพยุงตัวไว้ เพื่อรอความช่วยเหลือ
หากเห็นน้ำทะเลลดอย่างรวดเร็ว : อย่ามัวตื่นตาตื่นใจ รีบขึ้นไปในที่สูงให้เร็วที่สุด เพราะคลื่นยักษ์อาจจะตามมา
รู้อย่างนี้แล้ว จะเล่นทะเลครั้งต่อไปก็ระมัดระวังกันด้วย เพื่อความปลอดภัย.

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

วันแรงงานแห่งชาติ

ในต่างประเทศมีวันแรงงานมาช้านานแล้ว หลายประเทศกำหนดวันที่ 1 พฤษภาคม หรือ "May Day" เป็นวันแรงงาน แต่ก็มีบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถือวันอื่นเป็นวันแรงงาน แต่โบราณในยุโรปถือว่า วันเมย์เดย์ เป็นวันเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูใหม่ในทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองรื่นเริงในพิธีการนำเอาต้นไม้มาตกแต่งประดับให้สวยงาม และสมมติคนหรือตุ๊กตาให้เป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรขึ้น เพื่อทำการบวงสรวงบนบานขอให้ปลูกพืชได้ผลดี ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ทางภาคเหนือของยุโรปมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ประเพณีนี้ยังสืบทอดปฏิบัติต่อมาในชนบทของเกาะอังกฤษจนกระทั่งทุกวันนี้
จากการที่มีวันเมย์เดย์เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวัรหยุดงานของคนทำงาน วันหยุดตามประเพณีของแรงงานทั่วไป วันฉลองและวันรื่นเริงของผู้ใช้แรงงาน ความหมายของวันเมย์เดย์จึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ครั้น พ.ศ. 2433 จึงมีการเรียกร้องในหลายประเทศในทางตะวันตก ให้ถือวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ในปี พ.ศ.2433 ประเทศไทยในยุโรปหลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานในวันที่ 1 พฤษภาคม และดำเนินสืบมาจนถึงปัจจุบัน ในประเทศอังกฤษ มีการฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2435 โดยถือเอาวันอาทิตย์แรกหลังวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันแรงงานที่กรุงลอนดอน มักจะมีการชุมนุมกันที่ไฮด์ปาร์ค
วัตถุประสงค์ของวันแรงงานที่นานาประเทศกำหนดขึ้น ก็เพื่อเป็นวันเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความสะดวกสะบายในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกวันนี้ ผู้ใช้แรงงานมีส่วนสร้างขึ้นทั้งสิ้น จึงได้ควรมีการระลึกถึงและตระหนักในความสำคัญของแรงงานพอสมควร วันแรงงานถือเป็นเรื่องของแรงงานโดยเฉพาะ การฉลองวันแรงงานทั่วๆ ไปจะไม่นิยมแสดงออกทางการเมือง
สำหรับในประเทศไทย เมื่อระหว่าง พ.ศ.2496-2499 มีการตื่นตัวในเรื่องการก่อตั้งองค์การลูกจ้าง ขณะนั้นกฏหมายแรงงานยังไม่มี จึงตั้งขึ้นในนามของสมาคมกรรมกรไทยและสมาคมเสรีแรงงานแห่งประเทศไทย กรรมการและผู้แทนของสมาคมเหล่านี้ มีโอกาสประชุมกิจกรรมด้านแรงงานในต่างประเทศ และได้ความรู้ว่าหลายประเทศถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคมเป็น "วันแรงงาน" ต่อมาในวันที่ 20 เมษายน 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกวันแรงงานได้จัดให้มีการประชุมขึ้น ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรกำหนดควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่ระลึกแรงงานในประเทศไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ทางราชการรับรองวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่ระลึกของแรงงาน ดังนั้น ในวันที่ 30 เมษายน 2499 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันกรรมกรแห่งชาติ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ต่อมาใน พ.ศ.2500 ได้มีพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 บัญญัติให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานประจำปีในวันกรรมกรแห่งชาติ คือวันที่ 1 พฤษภาคม
พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 มีอายุได้ 18 เดือน ก็ถูกยกเลิกไป จึงมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 เข้ามาแทนที่ โดยให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องการคุ้มครองแรงงาน และกำหนดวันกรรมกรเป็นวันหยุดตามประเพณีเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนั้นผันแปรเป็นช่วงๆ ไป จึงมีคำชี้แจงจากกระทรวงออกมาแต่ละปีเตือนให้นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานในวันที่ 1 พฤษภาคม แต่ขอร้องมิให้มีการเฉลิมฉลองทั้งนี้เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จนกระทั่ง พ.ศ.2517 ทางการเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้มีการเฉลิมฉลองตามสมควร จึงมอบให้กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย เริ่มจัดการฉลองวันแรงงานแห่งชาติขึ้นที่สวนลุมพินี ซึ่งมีการทำบุญตักบาตรตามประเพณีไทย มีนิทรรศการแสดงความรู้และกิจกรรมของแรงงาน มีการอภิปราย มีการละเล่นต่างๆ และนายกรัฐมนตรีกล่าวคำปราศรัยแก่พี่น้องชาวแรงงานทั่วราชอาณาจักร
การบริหารแรงงานแต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยแต่ต่อมารัฐบาลเล็งเห็นว่า ควรจะได้มีการยกระดับหน่วยงานบริหารด้านแรงงานให้มีงบประมาณและเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ เพื่อการคุ้มครองดูแลผู้ใช้แรงงานที่มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำและด้อยโอกาสในสังคม ดังนั้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2536 จึงได้มีประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้จัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมขึ้น เพื่อให้การบริหารแรงงานได้มีความก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ

วันแรงงานแห่งชาติ

ในต่างประเทศมีวันแรงงานมาช้านานแล้ว หลายประเทศกำหนดวันที่ 1 พฤษภาคม หรือ "May Day" เป็นวันแรงงาน แต่ก็มีบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถือวันอื่นเป็นวันแรงงาน แต่โบราณในยุโรปถือว่า วันเมย์เดย์ เป็นวันเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูใหม่ในทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองรื่นเริงในพิธีการนำเอาต้นไม้มาตกแต่งประดับให้สวยงาม และสมมติคนหรือตุ๊กตาให้เป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรขึ้น เพื่อทำการบวงสรวงบนบานขอให้ปลูกพืชได้ผลดี ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ทางภาคเหนือของยุโรปมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ประเพณีนี้ยังสืบทอดปฏิบัติต่อมาในชนบทของเกาะอังกฤษจนกระทั่งทุกวันนี้
จากการที่มีวันเมย์เดย์เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวัรหยุดงานของคนทำงาน วันหยุดตามประเพณีของแรงงานทั่วไป วันฉลองและวันรื่นเริงของผู้ใช้แรงงาน ความหมายของวันเมย์เดย์จึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ครั้น พ.ศ. 2433 จึงมีการเรียกร้องในหลายประเทศในทางตะวันตก ให้ถือวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ในปี พ.ศ.2433 ประเทศไทยในยุโรปหลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานในวันที่ 1 พฤษภาคม และดำเนินสืบมาจนถึงปัจจุบัน ในประเทศอังกฤษ มีการฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2435 โดยถือเอาวันอาทิตย์แรกหลังวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันแรงงานที่กรุงลอนดอน มักจะมีการชุมนุมกันที่ไฮด์ปาร์ค
วัตถุประสงค์ของวันแรงงานที่นานาประเทศกำหนดขึ้น ก็เพื่อเป็นวันเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความสะดวกสะบายในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกวันนี้ ผู้ใช้แรงงานมีส่วนสร้างขึ้นทั้งสิ้น จึงได้ควรมีการระลึกถึงและตระหนักในความสำคัญของแรงงานพอสมควร วันแรงงานถือเป็นเรื่องของแรงงานโดยเฉพาะ การฉลองวันแรงงานทั่วๆ ไปจะไม่นิยมแสดงออกทางการเมือง
สำหรับในประเทศไทย เมื่อระหว่าง พ.ศ.2496-2499 มีการตื่นตัวในเรื่องการก่อตั้งองค์การลูกจ้าง ขณะนั้นกฏหมายแรงงานยังไม่มี จึงตั้งขึ้นในนามของสมาคมกรรมกรไทยและสมาคมเสรีแรงงานแห่งประเทศไทย กรรมการและผู้แทนของสมาคมเหล่านี้ มีโอกาสประชุมกิจกรรมด้านแรงงานในต่างประเทศ และได้ความรู้ว่าหลายประเทศถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคมเป็น "วันแรงงาน" ต่อมาในวันที่ 20 เมษายน 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกวันแรงงานได้จัดให้มีการประชุมขึ้น ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรกำหนดควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่ระลึกแรงงานในประเทศไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ทางราชการรับรองวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่ระลึกของแรงงาน ดังนั้น ในวันที่ 30 เมษายน 2499 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันกรรมกรแห่งชาติ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ต่อมาใน พ.ศ.2500 ได้มีพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 บัญญัติให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานประจำปีในวันกรรมกรแห่งชาติ คือวันที่ 1 พฤษภาคม
พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 มีอายุได้ 18 เดือน ก็ถูกยกเลิกไป จึงมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 เข้ามาแทนที่ โดยให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องการคุ้มครองแรงงาน และกำหนดวันกรรมกรเป็นวันหยุดตามประเพณีเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนั้นผันแปรเป็นช่วงๆ ไป จึงมีคำชี้แจงจากกระทรวงออกมาแต่ละปีเตือนให้นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานในวันที่ 1 พฤษภาคม แต่ขอร้องมิให้มีการเฉลิมฉลองทั้งนี้เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จนกระทั่ง พ.ศ.2517 ทางการเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้มีการเฉลิมฉลองตามสมควร จึงมอบให้กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย เริ่มจัดการฉลองวันแรงงานแห่งชาติขึ้นที่สวนลุมพินี ซึ่งมีการทำบุญตักบาตรตามประเพณีไทย มีนิทรรศการแสดงความรู้และกิจกรรมของแรงงาน มีการอภิปราย มีการละเล่นต่างๆ และนายกรัฐมนตรีกล่าวคำปราศรัยแก่พี่น้องชาวแรงงานทั่วราชอาณาจักร
การบริหารแรงงานแต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยแต่ต่อมารัฐบาลเล็งเห็นว่า ควรจะได้มีการยกระดับหน่วยงานบริหารด้านแรงงานให้มีงบประมาณและเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ เพื่อการคุ้มครองดูแลผู้ใช้แรงงานที่มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำและด้อยโอกาสในสังคม ดังนั้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2536 จึงได้มีประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้จัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมขึ้น เพื่อให้การบริหารแรงงานได้มีความก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551

ประโยชน์ของเปลือกกล้วย


ใครที่ชอบกินกล้วย แล้วอย่าเพิ่งทิ้งเปลือก เพราะเปลือกกล้วยก็มีประโยชน์ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...
เปลือกกล้วยมีเยื่อเมือกซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดังนี้
- สามารถนำมาทาผิวให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวได้ในหน้าหนาวผิวหนังจะแห้งแตก ใช้เปลือกด้านในนำมาทาถูผิวหนังจะชุ่มชื่น ตึงเรียบเนียน
- สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้
- สามารถนำมาหมักผม ขจัดรังแค หนังศรีษะแห้งเป็นขุย ผมแห้งหยาบกระด้าง นำเปลือกมาขูดเอาเฉพาะเยื่อข้างในเปลือกมาผสมกับน้ำผึ้งให้เป็นเนื้อครีมเข้มข้นหมักเส้นผมไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสระผมตามปกติ ก็จะทำให้หนังศรีษะปราศจากรังแค เส้นผมนุ่มสวย
- สามารถแก้ปวดเมื่อยได้โดยนำเอาเปลือกไปอังไฟ แล้วนำเอาเปลือกมาประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย จะบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้
- สามารถนำมาถูคราบเขม่าตามหน้าเตาแก๊ส โดยนำเปลือกกล้วยถูบริเวณที่มีคราบเขม่าแล้วนำผ้าแห้งเช็ดถูอีกครั้งจะได้เตาแก๊สที่สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.

Lip Gloss for woman @@@ระวัง!ลิปมัน...เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง @@@


Lip Gloss
แนวคิดที่ว่าลิปมัน หรือ ลิปกลอส ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของสาวๆ หรือแม้แต่หนุ่มเมโทรเซ็กชวลทั้งหลาย คงต้องตรึกตรองหรือระมัดระวังมากกว่าเดิมแล้ว
เพราะ ดร.คริสทีน บราวน์ ของศูนย์สุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยเบเลอร์ในดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเตือนว่า ก่อนที่จะใช้ลิปมันเพื่อปกป้องริมฝีปากของตัวเองนั้น ควรจะมีการทาครีมป้องกันแดดที่บริเวณนี้ก่อน
"ริมฝีปากถือว่าละเอียดอ่อนต่อแสงแดดมากกว่าผิวหนังเสียอีก ดังนั้น แทนที่ลิปกลอสของคุณจะช่วยปกป้องแสงแดด มันยิ่งจะดูดรังสีไวโอเลตเข้ามามากกว่าปกติ" ดร.บราวน์บอก และยืนยันว่าลิปกลอสไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องริมฝีปากจากแดดจ้า ดังนั้น ควรจะทาลิปกลอสเฉพาะตอนเช้า จากนั้นในตอนกลางวัน ควรจะหาครีมป้องกันแดดสำหรับริมฝีปากทารองพื้นเสียก่อนที่จะทาลิปกลอสทับอีกที
ทั้งนี้ คุณหมอได้ขอให้สังเกตริมฝีปากตัวเองด้วยว่า มีปัญหาสีซีดหรือมีรอยขาวเป็นด่าง ตลอดจนเป็นขุยรักษาไม่หายหรือไม่ หากพบอาการแบบนี้ก็ควรจะหาหมอเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจด้วย.

ไม่ได้ "สาบาน" ก็เสี่ยง "ฟ้าผ่าตาย" เกิดง่ายขึ้น ! บ่อยขึ้น !


"ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับและใช้สื่อไฟฟ้าที่จะเป็นสาเหตุของการเกิดฟ้าผ่าได้”...เป็นคำเตือนของทางกรมอุตุนิยมวิทยา กับสภาวะอากาศระยะนี้ที่แปรปรวน พายุฤดูร้อน-พายุฝนฟ้าคะนอง...ใช่จะมีภัยแค่ลมพายุ “ภัยฟ้าผ่า” ก็มองข้ามมิได้...และนับวันจะเกิดบ่อย !! ปัจจุบันภัยฟ้าผ่าเป็นอีกหนึ่งภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยมาก จากเดิมในปี 2548 มีรายงานว่าในแต่ละปีมีเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก “เสียชีวิตเพราะถูกฟ้า ผ่า” มากกว่า 1,000 ราย เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลออกมาว่าฟ้าผ่าเกิดขึ้นทุกวัน ๆ ละกว่า 8 ล้านครั้งทั่วโลก มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 1,500-5,000 คนต่อปี ขณะที่ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ ในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ายุคนี้ เด็กไทยอายุน้อยกว่า 17 ปี เสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าเฉลี่ยประมาณ 20 คนต่อปี ยังไม่รวมส่วนที่เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่นอกการสำรวจ “ฟ้าผ่า” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ “เกิดจากความไม่สมดุลของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศโลก” ซึ่งมีทั้งฟ้าผ่าขึ้น และฟ้าผ่าลง โดยฟ้าผ่าลงที่มนุษย์คุ้นเคยมากกว่าและทำให้เกิดการบาดเจ็บ - เสียชีวิตอยู่เป็นประจำนั้น กระบวนการเริ่มจากก้อนเมฆมีความเข้มของสนามไฟฟ้าสูงถึงค่าวิกฤติ เกิดการแตกตัวของอนุภาคโมเลกุลในอากาศ ขยายตัวออกเป็นตัวนำวิ่งลงสู่พื้นโลก เกิด การถ่ายเทประจุลงสู่พื้นโลกเป็นลำฟ้าผ่า วิธีป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า เวลาที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ที่มีการแนะนำกันไว้ก็มีอาทิ... หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง เช่น กลางสนามหญ้า สนามกีฬา ชายหาด ลานกว้าง ทุ่งนา ฯลฯ, หลีกเลี่ยงการอยู่ใต้-อยู่ใกล้ต้นไม้สูง เสาไฟฟ้า เสาสูง รั้ว กำแพง โดยเฉพาะที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ, หลีกเลี่ยงการมีสื่อไฟฟ้าติดตัว เช่น สร้อย แหวน กำไล นาฬิกา ฯลฯ ที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรถอดเก็บไว้ไกลตัวชั่วคราว, หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ-การใช้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่กลางแจ้ง เพราะดึงดูดสายฟ้าได้ ผู้ที่ถูกฟ้าผ่าส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที หรือถ้าดวงแข็งแบบสุด ๆ แล้วยังไงก็จะได้รับบาดเจ็บรุนแรง เพราะร่างกายจะถูกกระแสไฟฟ้ามากกว่า 200,000 แอมแปร์ช็อต จึงไม่ควรมองข้ามคำแนะนำ เมื่อเกิดฝนกระหน่ำฟ้าคะนอง หากเป็นไปได้ควรหลบเข้าบ้าน อาคารต่าง ๆ ที่มีการติดสายล่อฟ้า ส่วนสิ่งปลูกสร้างเล็ก ๆ กลางไร่นาที่โล่งแจ้งนั้น ที่ผ่านมามีข่าวฟ้าผ่าจนคนตายเป็นประจำ...โปรดระวัง !! อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในบ้านก็ยังมีข้อควรระวัง เช่น ไม่ควรไปเกาะหรืออยู่ใกล้หน้าต่าง โดยเฉพาะถ้ามีส่วนประกอบเป็นโลหะ, ไม่ควรเปิดหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น !! เพราะหากฟ้าผ่าใส่บ้านกระแสไฟฟ้าอาจไหลผ่านเครื่องไฟฟ้ามาทำอันตรายได้ ซึ่งกรณีนี้ก็รวมถึงเครื่องทำน้ำอุ่น หรือมือถือที่เสียบชาร์จแบตเตอรี่อยู่ กรณีอยู่ในรถที่กำลังวิ่งหรือจอดขณะฝนฟ้าคะนอง ควรปิดกระจกรถทุกบาน และหากเกิดแจ๊กพอตฟ้าผ่าใส่รถขึ้นมา คำแนะนำคืออย่าตกใจ ตั้งสติให้มั่น ซึ่งโดยทั่วไปกระแสไฟฟ้าจากฟ้าที่ผ่าใส่รถจะวิ่งไปตามโลหะตัวถังรอบ นอกรถแล้วลงสู่พื้นดินไป อย่าลงจากรถวิ่งหนีเมื่อฟ้าผ่ารถ อย่ารีบซิ่ง จะยิ่งเสี่ยงตาย !! ทั้งนี้ “ภัยฟ้าผ่า” คุกคามคนไทยรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างในปี 2551 นี้ยังไม่ทันเข้าสู่ฤดูฝนปกติ ก็มีข่าวคนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตไปหลายศพแล้ว เช่น 3 ศพที่เป็นหญิง ที่ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตพร้อมกัน-ที่เดียวกัน เมื่อ 15 เม.ย. ที่ ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น, วันที่ 27 เม.ย. เด็กชายวัย 12 ขวบรายหนึ่งถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตใกล้รถมอเตอร์ไซค์ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นี่ยังไม่รวมสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ที่ปีนี้ก็ถูกฟ้าผ่าตายไปแล้วหลายสิบตัว รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ...ข้อสังเกตที่กำลังเป็นที่สนใจ ที่ว่าทำไม “ฟ้าผ่าคนตาย” ถึงเกิดขึ้นบ่อยในปัจจุบันนั้น อาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยกระตุ้นหลาย ๆ สิ่ง อาทิ ภาวะโลกร้อน, การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินมากขึ้น รวมถึง พฤติกรรมมนุษย์ที่เสี่ยง ต่อการถูกฟ้าผ่ามากขึ้น เช่น ใช้โทรศัพท์มือถือขณะฝนฟ้าคะนอง ใส่เครื่องประดับที่มีโลหะนำกระแสไฟฟ้า เป็นต้น สำหรับกรณีเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ที่ก็เกิดฟ้าผ่าบ่อยขึ้น อาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงเรื่องการใช้ที่ดินในปัจจุบันเป็นหลัก พื้นที่ที่เป็นต้นไม้น้อยลง ทำให้ขาดตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากปริมาณรถยนต์บนท้องถนน จนมีผลทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้น จนทำให้เกิดการจับกลุ่มรวมตัวของเมฆฝนมากขึ้น ซึ่งเมื่อมีฝนฟ้าคะนองโดยอุณหภูมิไม่สมดุลเพิ่มขึ้น โอกาสเกิดฟ้าผ่าก็มีบ่อยขึ้น “วัสดุคอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้าง และป้ายโฆษณาที่มีอยู่มากมาย ซึ่งมีส่วนประกอบหลักจากโลหะและคอนกรีต ก็เป็นวัสดุที่เป็นตัวนำประจุไฟฟ้าหรือล่อฟ้าผ่าได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเกิดฝนฟ้าคะนองก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดฟ้าผ่า ใครไปยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตราย” ...รศ.ดร. เสรี ระบุ พร้อมทั้งเตือนด้วยว่า... “ฟ้าผ่า” นั้นไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน ตรงจุดใด ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งที่มีความเสี่ยงและการมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเกิด-จะถูกฟ้าผ่า “สาบานให้ฟ้าผ่าตาย” คนชอบสาบานติดปากกันมานาน ยุคปัจจุบัน...ถึงไม่สาบาน-ไม่โกหก...ก็เสี่ยงไหม้เกรียม... เพราะ “ฟ้าผ่า” เปรี้ยงปร้างบ่อยขึ้น-ง่ายขึ้น !?!?!.

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2551

Canberra Travel Guide


Canberra is Australia's federal capital with a population of over 332,000, was established as part of the Australia's federation in 1901, is Australia's largest inland city, situated half way between Sydney and Melbourne, is surrounded by a semi-circle of hills (Mount Ainslie, Red Hill, Mount Pleasant, Black Mountain), in this city are located the national parliament, federal government departments, the Australian War Memorial, the High Court of Australia and several other important institutions. Canberra also hosts several social and cultural institutions of national importance. The federal government contributes the largest percentage of Gross State Product and gives the major part of employment in Canberra. Canberra is also a popular destination for domestic and international tourists who find in this city a perfect place to have their vacations alone or with their family. Canberra's climate has four very clearly defined seasons, hot, dry summers, and mild winters with heavy fog and frequent frosts, with a rare spot of snow in the CBD and surrounding areas. Snow falls in the city occur one time every three winters approximately, but they don't last much time and quickly dissipates, thunderstorms can occur between September and March and maybe you'll get afraid of some of them.

Melbourne Travel Guide


Melbourne is the second largest city in Australia, and is the capital city of Victoria region, always in competition with Sydney in different areas such as sport and economy. Melbourne is located near the Yarra River and sometime was the main city in Australia. Is called the Marvelous Melbourne for its unique environment, it has it all, modern buildings, beautiful beaches and can be said is the most cultural city in the country, gives a lot of importance to the sports and here is realized the famous Australian Tennis Open, the Melbourne Cup and the Australian Grand Prix. Melbourne can be considered the world's largest cities in area having approximately 6110 sq.km., has many gardens and parks which occupy the third part of this area. The city was founded in 1835 by John Batman, and its name is in honor of Viscount Melbourne, William Lamb, during the British occupation of Victoria. Since then Melbourne began to grow as a city and commercial centre on the north end of Port Phillip. The first magistrate in this city was Captain William Lonsdale, who came from Sydney to stablish the order and law. In 1847 Melbourne was declared as a city by Queen Victoria, and in 1850 with the gold discovery the city turned into the major port of Victoria region, the Melbourne's hustle and bustle was incredible then, with ships from all over the world arriving here, in 1854 the population increased in almost four times its number and the city development was obvious and more industries services were implanted, with all of this Melbourne became the main financial centre in all Australia. Because of the gold rushes Melbourne received many migrants from many parts of the world, specially from Italy, Greece, Poland, Turkey, Yugoslavia and Vietnam, all of this contributed to make of Melbourne a very special and varied city, with traditions of many different ways, and this mixture can also be seen in the restaurants, architecture and festivals.

Perth Travel Guide


Perth is the capital city of Western Australia, and the fourth largest city in Australia. Captain James Stirling founded Perth in 1829 and since then it served as the seat of Goverment of Western Australia. Perth area was once inhabited by Whadjuk Noongar, aboriginal people, in 1826 Perth was occupied by Europeans settlement and was known as Swan River Colony for many years, then the town was named Perth, because of Perth, Scotland. In goldrush days, 1890s, Noongar people were joined by miners to go to the goldfields. In 1901, Western Australia region joined the Federation of Australia. Perth developed into a centre for natural resource industry, the enormous reserves of gold, diamonds, natural gas and oil. For this and other reasons Perth has inhabitants of many different ethnic groups. Christian, Buddhism and Islam are the main religions in the city. Perth's metropolitan area is situated on the Swan River, the centre business district is the main business and shopping centre, in the CBD are many important buildings such as the General Post Office, Perth Train Station and the Forrest Chase shopping centre. Perth has a typical mediterranean climate, with mild winters specially from june to August, and hot summers from December to January, but for visiting Perth you better go in spring time, from September to November and from March to May in the autumn season.